คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศวุฒิสภาเปิดเวทีระดมความคิดหารืออนาคตโทรทัศน์ไทย สังเกตว่าต้นทุนเครือข่ายสูง – โครงสร้างไม่เหมือนกัน เร่งค้นหาแนวทางแก้ไขนโยบายเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลไทยอย่างยั่งยืน
คณะกรรมการวุฒิสภาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และโทรคมนาคม ร่วมกับคณะอนุกรรมการกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม จัดงานสัมมนาเรื่อง “อนาคตโทรทัศน์ไทย ทางเลือกใหม่ ท่ามกลางความท้าทาย” ณ รัฐสภา นายนิเวศน์ พันธ์เจริญวรกุล ประธานกรรมการ เป็นประธานเปิดสัมมนา และ นายสุธน กล้าคลา รองประธานคณะกรรมการ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการได้ยื่นรายงานร่วมกับคณะกรรมการชุดย่อย ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรสื่อวิชาชีพ และผู้ประกอบการธุรกิจโทรทัศน์ดิจิทัล
นายนิเวศน์ กล่าวว่า นับตั้งแต่ประเทศไทยเข้าสู่ยุคโทรทัศน์ดิจิทัล แม้จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีและเพิ่มโอกาสให้กับผู้ชม ผู้ประกอบการก็ต้องเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างเช่นกัน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่สูงของเครือข่าย (MUX) และการทำซ้ำภารกิจระหว่างผู้ให้บริการ และความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงทรัพยากรสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหญ่ รวมถึงเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
“งานสัมมนาครั้งนี้เป็นเวทีเปิดที่ทุกภาคส่วนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอแนวนโยบาย และร่วมกันกำหนดทิศทางธุรกิจโทรทัศน์ของไทยในอนาคต เพื่อปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและส่งเสริมความยั่งยืนของธุรกิจโทรทัศน์ของไทยในระยะยาว” นายนิเวศน์ กล่าว
นายสุธน กล้าคลา รองประธานคณะกรรมการและประธานคณะอนุกรรมการ กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกเป็นดิจิทัลเมื่อกว่าทศวรรษที่แล้วได้เปิดโอกาสสำคัญสำหรับการแข่งขันและความหลากหลายของช่องทาง อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติยังคงมีอุปสรรคสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายสูงในการใช้เครือข่าย (MUX) และการแตกตัวของผู้ให้บริการหลายรายโดยไม่มีการเชื่อมต่อและการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ สิ่งนี้นำไปสู่ความพยายามซ้ำซ้อนและการเข้าถึงทรัพยากรที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย
นายซูตันเสนอนโยบายเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างความยุติธรรมในระบบโทรทัศน์ดิจิทัล โดยกล่าวว่าควรมีการปรับโครงสร้างการกำกับดูแลหรือการรวมเครือข่ายบางแห่ง เพื่อลดความซ้ำซ้อนของภารกิจและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการแยกเครือข่ายสถานีโทรทัศน์สาธารณะออกจากสถานีโทรทัศน์เชิงพาณิชย์เพื่อให้การกำกับดูแลมีความชัดเจนและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของแต่ละประเภท
นายซูตันยังเสนอให้จัดตั้งโครงสร้างกิจการร่วมค้ากลาง (โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ร่วมกัน) เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริการที่เท่าเทียมกันสำหรับผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงที่ไม่มีเครือข่ายของตนเอง นโยบายทั้งหมดนี้มุ่งหวังที่จะสร้างระบบทีวีที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย
“ผมเชื่อว่าควรทบทวนบทบาทของ ก.ส.ต. ธุรกิจโทรทัศน์และ กสทช. ในการควบคุมราคาโครงข่าย กำหนดมาตรฐานการให้บริการและนำมาตรการรองรับการปรับตัวของผู้ให้บริการที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ยุคใหม่ด้วย” นายสุตันกล่าว
การสัมมนาในวันนี้ยังมีการนำเสนอโดย นางสาวพิมพ์ประไพ จิตรฐาน คณะอนุกรรมการ เรื่อง “ผลการวิจัยนโยบายการส่งเสริมและกำกับดูแลธุรกิจโทรทัศน์ในประเทศไทย” นำเสนอผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงรูปแบบการให้บริการเครือข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล และนโยบายการปรับปรุงการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการอภิปรายในหัวข้อ “อนาคตโทรทัศน์ไทย ทางเลือกใหม่ ท่ามกลางความท้าทาย” โดยมี นายสุธน กล้าคาลัย เป็นพิธีกร พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ได้แก่ ศาสตราจารย์กิตติคุณ พิรองรอง รามสุต ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการโทรทัศน์ กสทช. นายฉัตรชัย ตะวันทอง ที่ปรึกษาสมาคมโทรทัศน์ดิจิทัล (ประเทศไทย) นายอุดมศักดิ์ ชูฤทธิ์ รองอธิบดี สำนักงานวิศวกรรมเครือข่าย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และนางสาวชาลินี ฮิราโนะ อุปนายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย ผู้เข้าร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเข้มข้น ทั้งในด้านวิวัฒนาการของโครงสร้างเครือข่าย การปรับช่องโทรทัศน์ให้เข้ากับการแข่งขันจากแพลตฟอร์มออนไลน์ และนโยบายเพื่อสร้างระบบนิเวศสื่อใหม่ที่ทำให้ทุกฝ่ายสามารถอยู่รอดได้อย่างยุติธรรม
ในช่วงท้ายของการสัมมนา นายสุธน กล่าวว่า คณะกรรมการจะรวบรวมข้อมูล ความรู้ และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนที่เข้าร่วม ใช้เพื่อจัดทำข้อเสนอทบทวนและศึกษา “นโยบายการส่งเสริมและกำกับดูแลธุรกิจโทรทัศน์ดิจิทัลในประเทศไทย” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจโทรทัศน์ไทย ให้มีประสิทธิภาพและเป็นสาธารณประโยชน์